เมื่อ E-Commerce กลายเป็นอดีต และ O2O คืออนาคต . โดย the101 World
เมื่อไม่กี่ปีก่อน ใครๆ ก็บอกว่าธุรกิจห้างสรรพสินค้าและร้านค้ากำลังจะกลายเป็นอดีต ส่วนธุรกิจ E-Commerce คืออนาคต แต่มาถึงวันนี้ นักธุรกิจและนักเทคโนโลยีหลายคนในจีนและสหรัฐฯ เริ่มมองว่า E-Commerce เองก็กำลังจะกลายเป็นอดีตเช่นกัน ส่วนอนาคตที่กำลังจะมาถึงอย่างรวดเร็ว คือโมเดลธุรกิจใหม่ที่เรียกกันว่า O2O (Online to Offline) ซึ่งเป็นการเชื่อมห้างร้านในโลกออฟไลน์เข้ากับเทคโนโลยีโลกออนไลน์อย่างลงตัว
.
>> O2O ในจีน : แนวคิด New Retail ของ Alibaba
.
ในเมืองจีน แจ็คหม่าแห่ง Alibaba ได้ประกาศแนวคิดใหม่เรียกว่า “New Retail” โดยจะเป็นการเชื่อมโยง 1. สินค้าในโลกออนไลน์ 2. สินค้าในโลกออฟไลน์ 3. ระบบโลจิสติกส์ และ 4. การใช้ประโยชน์จากข้อมูลผู้บริโภคมหาศาล (Big Data) เข้าด้วยกัน
.
แจ็คหม่าบอกว่า Alibaba พร้อมจะบุกโลกออฟไลน์ หันมาสร้างห้างร้านของตัวเอง โดยจะไม่ใช่ห้างร้านรูปแบบเดิมๆ แต่จะเป็น “New Retail” ซึ่งใช้เทคโนโลยีสมัยใหม่ ห้างร้านในโลกออฟไลน์และโลกออนไลน์ของอาลีบาบาจะเชื่อมโยงและส่งเสริมซึ่งกันและกัน
.
ตัวอย่างโมเดลธุรกิจ O2O ของ Alibaba ที่กำลังพลิกโฉมวงการค้าปลีกของจีน มีดังนี้
.
1) พลิกโฉมร้านโชห่วย
Alibaba เริ่มนำร่องพลิกโฉมร้านโชห่วยแบบบ้านๆ ของจีนจำนวน 10,000 แห่ง ให้กลายเป็นศูนย์โชห่วยทันสมัยในชุมชน นอกจากลูกค้าจะสามารถซื้อของใช้สอยทั่วไปได้ที่ร้าน ยังสามารถสั่งสินค้าจาก Tmall.com (เว็บ E-Commerce ของ Alibaba) และมารับที่ร้านได้ การชำระเงินสามารถชำระผ่านมือถือได้ทันที นอกจากนั้น ร้านดังกล่าวยังเป็นศูนย์ปล่อยสินเชื่อของ Alibaba ด้วย โดยดูคะแนนเครดิตของลูกค้าจากประวัติการชำระเงินในอดีต
.
ถ้าโครงการนำร่องนี้ประสบความสำเร็จ ในอนาคต ร้านโชห่วยทั่วประเทศจีน (ราว 6 ล้านแห่ง) จะกลายเป็นร้านโชห่วยไฮเทคที่มีความพร้อมเรื่องเทคโนโลยี และใช้เป็นศูนย์กระจายสินค้าที่สั่งออนไลน์ของ Alibaba ทั้งยังจะเป็นเหมือนธนาคารชุมชนขนาดย่อมด้วย
.
2) พลิกโฉมซูเปอร์มาร์เก็ต
Alibaba เปิดตัวซูเปอร์มาร์เก็ตชื่อ Hema ซึ่งตอนนี้มีอยู่ 13 แห่ง ลูกค้าสามารถดาวน์โหลด App ของซูเปอร์มาร์เก็ต ดูข้อมูลสินค้าเพิ่มเติมจากมือถือด้วยการสแกนบาร์โค้ดสินค้า ชำระเงินค่าสินค้าออนไลน์ นอกจากนั้น ด้วยข้อมูลการใช้จ่ายของลูกค้าแต่ละราย App ก็จะแนะนำสินค้าอื่นที่ลูกค้าอาจสนใจให้ด้วย
.
ลูกค้ายังสามารถสั่งสินค้าออนไลน์และให้จัดส่งไปที่บ้านได้ ค่าบริการจัดส่งฟรี และใช้เวลาจัดส่งหลังจากสั่งสินค้าไม่เกิน 30 นาที (สำหรับรัศมีการให้บริการ 3 กิโลเมตร) ลูกค้ายังสามารถเลือกซื้อสินค้าในร้าน โดยนำเครื่องอ่านบาร์โค้ดของทางร้านสแกนบาร์โค้ดของสินค้าที่ต้องการ มอบให้พนักงานจัดสินค้าตามออร์เดอร์นั้น แล้วนำไปส่งให้ที่บ้าน
.
ไฮไลท์ของร้านคือโซนซีฟู๊ด ซึ่งเน้นความสด ลูกค้าสามารถสั่งให้พนักงานปรุงสดเพื่อรับประทานที่ร้าน หรือให้จัดส่งของสดหรืออาหารที่ปรุงแล้วไปที่บ้านก็ได้ นอกจากนั้น ตัวซูเปอร์มาร์เก็ตเองยังใช้เป็นศูนย์กระจายสินค้า E-Commerce ของ Alibaba สำหรับจัดส่งสินค้าไปยังที่พักอาศัยในบริเวณใกล้เคียง
.
3) นำร่องร้านสะดวกซื้อไฮเทค
Alibaba เปิดทดลองร้าน Tao Café ที่เมืองหางโจว (คล้ายกับร้าน Amazon Go ในสหรัฐฯ) โดยเป็นร้านสะดวกซื้อที่ไม่ใช้พนักงาน เพียงแต่สแกนบาร์โค้ดใน App ของ Taobao ตรงทางเข้า สามารถเดินเลือกซื้อของได้ตามสะดวก หยิบของที่ต้องการครบแล้วก็เดินออกจากร้านได้เลย ส่วนเงินก็จะหักจาก App ในมือถือโดยอัตโนมัติ
.
4) พลิกโฉมห้างสรรพสินค้า
Alibaba กำลังสร้างห้างสรรพสินค้าชื่อ More Mall ขนาด 5 ชั้น บนพื้นที่ 40,000 ตร.ม. ที่เมืองหางโจว โดยคาดว่าจะเปิดให้บริการในเดือนเมษายนปีหน้า ห้างสรรพสินค้า More Mall สามารถใช้ประโยชน์จากข้อมูลผู้บริโภคมหาศาลของ Alibaba ทำให้รู้ว่าสินค้าออนไลน์ใดที่ได้รับความนิยม เพื่อเลือกนำมาจัดเป็นโชว์รูมให้ลูกค้าได้เห็นสินค้าจริง และได้ลองสินค้า ส่วนการสั่งซื้อและจ่ายเงินสามารถทำในโลกออนไลน์ นอกจากนั้น มีข่าวว่า Alibaba จะนำเทคโนโลยีหลายอย่างเข้ามาสร้างประสบการณ์ช็อปปิ้งใหม่ๆ เช่น ห้องลองเสื้อเสมือนจริงที่ใช้เทคโนโลยี Virtual Reality
.
จะเห็นว่า Alibaba มองว่าอนาคตของวงการค้าปลีกไม่ได้อยู่ที่ E-Commerce อย่างเดียวแล้ว แต่อยู่ที่การผสมผสาน E-Commerce เข้ากับร้านค้าออฟไลน์ แจ็คหม่าจึงประกาศว่า Alibaba จะไม่อยู่ในโลกออนไลน์อย่างเดียว แต่จะเข้ามาใช้ประโยชน์จากพื้นที่ค้าขายจริงในโลกออฟไลน์อย่างเต็มที่ เพื่อให้เกิดเป็น “New Retail” ที่จะเปลี่ยนแปลงไลฟ์สไตล์การช็อปปิ้งของชาวจีน
.
>> O2O ในสหรัฐฯ : เมื่อ Amazon มีหน้าร้าน
.
Amazon ยักษ์ใหญ่ E-Commerce ของสหรัฐฯ ก็เริ่มหันมาบุกโลกออฟไลน์ สำหรับตัวอย่างโมเดลธุรกิจ O2O ของ Amazon ที่กำลังจะพลิกโฉมวงการค้าปลีกของสหรัฐฯ มีดังนี้
.
1) พลิกโฉมซูเปอร์มาร์เก็ต
เมื่อไม่กี่เดือนที่ผ่านมา Amazon ได้เข้าซื้อกิจการ Whole Foods Market เชนซูเปอร์มาร์เก็ตรายใหญ่ของสหรัฐฯ ด้วยมูลค่าสูงถึง 13,700 ล้านเหรียญสหรัฐฯ Amazon จะพัฒนาธุรกิจโดยนำเทคโนโลยีมาใช้ในการบริหารจัดการร้าน และเชื่อมต่อการให้บริการออนไลน์และออฟไลน์เข้าด้วยกัน แนวทางหนึ่งคือการพัฒนาบริการ Amazon Fresh บริการสั่งซื้อสินค้าซูเปอร์มาร์เก็ตและอาหารสดออนไลน์ ในอนาคต Amazon Fresh สามารถใช้ Whole Foods Market ที่มีสาขาทั้วประเทศ 466 แห่ง เป็นจุดที่ลูกค้ามารับสินค้าที่สั่งออนไลน์ รวมทั้งเป็นจุดกระจายสินค้าเพื่อจัดส่งสินค้าไปยังที่พักอาศัยของลูกค้าได้อีกด้วย
.
2) พลิกโฉมร้านหนังสือ
ปัจจุบัน Amazon ได้เปิดตัวร้านหนังสือไปแล้ว 15 สาขา หนังสือที่อยู่ในร้านทั้งหมดจะต้องได้รีวิวเฉลี่ย 4 ดาวขึ้นไปในเว็บ Amazon นอกจากนั้น ยังนำข้อมูลลูกค้าออนไลน์ของ Amazon มาใช้จัดโซนหนังสือ เช่น “หนังสือที่ผู้อ่าน Kindle อ่านจบในสามวัน” หรือ “ถ้าคุณชอบเล่มนั้น คุณจะชอบเล่มนี้” เป็นต้น ลูกค้าที่เป็นสมาชิก Amazon ยังสามารถใช้ App สแกนหนังสือเพื่อดูว่าจะได้ส่วนลดเท่าไร
.
หลายคนวิเคราะห์ว่า นี่เป็นการทดลองโมเดลธุรกิจ O2O ของ Amazon เพื่อทดลองว่าจะเปิดร้านค้าบนโลกจริงเชื่อมกับโลกออนไลน์ได้อย่างไร ซึ่งต่อไป Amazon อาจมีแผนที่จะเปิดร้านอื่นๆ นอกจากร้านหนังสือ เช่น ร้านเสื้อผ้า ร้านอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ เป็นต้น
.
3) นำร่องร้านสะดวกซื้อไฮเทค
เช่นเดียวกับร้าน Tao Café ของ Alibaba ที่จีน Amazon ได้เปิดตัวร้าน สะดวกซื้อไฮเทคชื่อ Amazon Go ขึ้นที่เมืองซีแอตเทิล ลูกค้าสามารถสแกนสินค้าผ่าน App เมื่อหยิบของที่ต้องการครบแล้ว ก็เดินออกจากร้านได้เลย ส่วนเงินก็จะหักจาก App ในมือถือโดยอัตโนมัติ
.
ในอดีต เราจะได้ยินคนพูดว่า Amazon จะมาแย่งลูกค้าและล้มยักษ์ใหญ่ห้างดังของสหรัฐฯ อย่าง Walmart แต่ปรากฎว่าในวันนี้ ทั้ง Amazon และ Walmart กลับดูคล้ายกันขึ้นทุกวัน นั่นคือ ทั้งคู่ล้วนใช้โมเดลธุรกิจ O2O ด้าน Amazon ก็เปิดร้านออฟไลน์แบบเดียวกับ Walmart ส่วน Walmart เองก็มีเว็บไซต์ E-Commerce ขนาดใหญ่แข่งกับ Amazon เช่นเดียวกัน
.
>> สรุป : ขอต้อนรับสู่โลกการค้าปลีกยุคใหม่
.
อนาคตของวงการค้าปลีกจึงไม่ใช่ห้างสรรพสินค้าหรือร้านค้ารูปแบบเดิม แต่ก็ไม่ใช่ E-Commerce ในโลกออนไลน์อย่างเดียวเช่นกัน โมเดลธุรกิจที่กำลังมาแรงคือ O2O ซึ่งเป็นการผสมผสานจุดแข็งของห้างร้านในโลกออนไลน์และออฟไลน์เข้าด้วยกัน ด้านหนึ่งก็สามารถใช้ประโยชน์จากความสะดวกสบายในการจับจ่ายใช้สอยสินค้าและชำระเงินออนไลน์ รวมทั้งสามารถเก็บข้อมูลผู้บริโภคมหาศาล ส่วนอีกด้านหนึ่ง ก็สามารถใช้จุดแข็งของห้างร้านที่มีสินค้าจริงให้คนได้สัมผัสและทดลอง รวมทั้งยังเป็นพื้นที่สำหรับเดินเล่นหรือนัดพบสังสรรค์กับเพื่อนได้ด้วย
.
ดังนั้น ธุรกิจทั้งฝั่งออนไลน์และออฟไลน์ต่างต้องปรับตัว ฝั่งออนไลน์จะขายของในอินเทอร์เน็ตอย่างเดียว สุดท้ายก็จะโตได้จำกัด ส่วนฝั่งออฟไลน์ ถ้าไม่ปรับตัวตามเทคโนโลยี ก็คงไม่รอดในระยะยาวเช่นกัน
.
#Retailer #Ecommerce #O2O #Oct17 #ข่าวค้าปลีก
ที่มา the101.world
สิ่งที่ได้จากบทความนี้
- O2O (Online to Offline) ซึ่งเป็นการเชื่อมห้างร้านในโลกออฟไลน์เข้ากับเทคโนโลยีโลกออนไลน์อย่างลงตัว
- Alibaba กำลังนำร่องร้านโชว์ห่วยให้ซื้อสินค้าได้ทั้งสินค้าภายในร้านและสินค้าออนไลน์ อีกทั้งใช้ร้านให้เป็นศูนย์กระจายสินค้า
- Alibaba มีร้านซุปเปอร์มาร์เก็ต Hema ที่ใข้ควบคู่กับแอปที่ใข้ดูรายละเอียดเพิ่มเติมของสินค้าและชำระเงิน หรือสั่งออนไลน์โดยส่งไม่เกิน 30 นาทีในรัศมี 3 กิโลเมตร ยังมาอาการทะเลสดที่ปรุงและจัดส่งได้
- Tao cafe ร้านสะดวกซื้อที่สามารถหยิบสินค้าแล้วเดินออกตืดร้านได้เลย โดยเงินจะหักผ่านแอป
- More Mall เป็นห้างสรรพสินค้าของ Alibaba ที่จะนำเอาข้อมูลสินค้าที่ได้รับความนิยมจากออนไลน์มาจัดวาง และมีเทคโนโลยี VR จำลองการลองเสื้อเป็นต้น
- Amazon กำลังจะลงตลาดออฟไลน์เช่นกันโดยได้ซื้อ Whole Foods Market เชนซูเปอร์มาร์เก็ตรายใหญ่ของสหรัฐฯ ด้วยมูลค่าสูงถึง 13,700 ล้านเหรียญสหรัฐฯ
- Amazon มีแผนพัฒนาบริการอาหารสดออนไลน์ Amazon Fresh
- เช่นเดียวกันกับ Alibaba โดย Amazon ได้นำประโยชน์ขนาดข้อมูลออนไลน์มาใช้ในออฟไลน์ โดยการทำร้านหนะงสือที่อยู่ในร้านทั้งหมดจะต้องได้รีวิวเฉลี่ย 4 ดาวขึ้นไปในเว็บ Amazon นอกจากนั้น ยังนำข้อมูลลูกค้าออนไลน์ของ Amazon มาใช้จัดโซนหนังสือ เช่น “หนังสือที่ผู้อ่าน Kindle อ่านจบในสามวัน” หรือ “ถ้าคุณชอบเล่มนั้น คุณจะชอบเล่มนี้”
- อนาคตโมเดลธุรกิจที่กำลังมาแรงคือ O2O ซึ่งเป็นการผสมผสานจุดแข็งของห้างร้านในโลกออนไลน์และออฟไลน์เข้าด้วยกัน
- ธุรกิจทั้งฝั่งออนไลน์และออฟไลน์ต่างต้องปรับตัว ฝั่งออนไลน์จะขายของในอินเทอร์เน็ตอย่างเดียว สุดท้ายก็จะโตได้จำกัด ส่วนฝั่งออฟไลน์ ถ้าไม่ปรับตัวตามเทคโนโลยี ก็คงไม่รอดในระยะยาวเช่นกัน
แล้วคุณล่ะ ได้อะไรจากบทความนี้ มาแชร์กันนะครับ

ความคิดเห็น
แสดงความคิดเห็น